วัน พฤหัสบดี ที่ 25 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2561


วันนี้ อ.บาสก็สอนเรื่องนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งก็มีหลายแบบหลายวิธี
เช่น
“การสอนวิธีสตอรี่ไลน์ (Storyline)”
- เริ่มต้นที่ประเทศสก๊อตแลนด์ เมื่อปี ค.ศ.1960 โดยศาสตราจารย์สตีฟ เบล (Steve
Bell) อาจารย์แซลลี่ ฮัคเนส (Sallie Harkness) เฟรดเรนเดล (Fred Rendell)
และคณาจารย์จากวิทยาลัยครูจอร์แดนฮิล (Jordanhill College of
Education) สตอรี่ไลน์
-เป็นวิธีการสอนที่ถือว่าครูและนักเรียนเป็นหุ้นส่วนในการคิดและวางแผนการเรียนรู้ร่วมกัน
โดยยึดถือหลักความต้องการและความสนใจของนักเรียน สตอรี่ไลน์
เป็นวิธีการสอนที่ให้นักเรียนได้พัฒนาองค์ประกอบของตนเองที่สำคัญคือ ความรู้ (knowledge)
ทักษะ (skills) และความรู้สึก (feeling)
จากการเรียนรู้ด้วยวิธีการฝึกปฏิบัติ (practice) จากการสะท้อนข้อมูล (reflection)
และเรียนรู้จากทฤษฎี (theory) ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายมีการเริ่มเรื่อง
การดำเนินเรื่องและมีตอนจบ โดยมีคำถามหลัก (key questions) เป็นตัวเชื่อมการดำเนินเรื่องตามเส้นทางการเดินเรื่องให้นักเรียนได้ค้นหาและสร้างสรรค์คำตอบด้วยการปฏิบัติกิจกรรมที่ครูจัดเตรียมไว้และในทุกขั้นตอนของสตอรี่ไลน์เน้นการใช้คำถามเป็นสำคัญ
การสอนแบบ High Scope
-ดร.เดวิด ไวคาร์ท (Dr.David
Weikart) ประธานมูลนิธิวิจัยการศึกษาไฮสโคป (High/Scope
Educational Research Foundation) เป็นผู้ริเริ่มและร่วมกับคณะนักวิชาการและนักวิจัย
อาทิ แมรี่ โฮแมน (Mary Hohmann) และ ดร.แลรี่ ชไวฮาร์ต (Dr.Larry
Schweinhart) พัฒนาขึ้นจาก โครงการเพอรี่ พรี สคูล (Perry
Preschool Project) ตั้งแต่พ.ศ.2505 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ Head
Start เพื่อช่วยเหลือ เด็กด้อยโอกาสให้มีการศึกษาที่เหมาะสม
และประสบความสําเร็จ ในชีวิต
-หลักการสอนแบบไฮสโคป คือ
การทำกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กโดยใช้ขั้นตอนการวางแผน (Plan) การปฏิบัติตามแผน ( Do) การทบทวนการปฏิบัติ ( Review)
โดยผ่านการกระทำ เด็กจะเชื่อมโยงประสบการณ์ที่เด็กได้รับเป็นรูปธรรมด้วยการคิด
สังเกต และไตร่ตรองอย่างเป็นระบบ มีหลักการเรียนการสอนที่สำคัญดังนี้
1.
เด็กเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองโดยใช้กระบวนการวางแผน
ลงมือปฏิบัติและทบทวนผลงานของตนเองโดยมีครูเป็นผู้สังเกต ให้คำปรึกษาและแนะนำ
หลังจากสอนจบดูหน้าเพื่อนเลยจ้าาได้รับความรู็ความเข้าใจเต็มที่ไปเลย



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น